บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ (Batteryless) โดยบริษัทสามารถพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานต่ำ ใช้การเก็บเกี่ยวพลังงานจากคลื่นวิทยุในอากาศ (Energy Harvesting) ซึ่งลดความต้องการใช้ แบตเตอรี่ ทำให้ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ลดขยะที่เกิดจากแบตเตอรี่ อีกทั้งยังก่อให้เกิดต้นทุนที่มี ประสิทธิภาพสำหรับลูกค้า

ผลิตภัณฑ์ไมโครชิพของบริษัทมีความสามารถที่ได้เปรียบคู่แข่งในแง่ของระยะการอ่านที่สามารถทำได้ไกลและ แม่นยำกว่าของคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Animal Identification อีกทั้ง บริษัทเป็นเจ้าของเทคโนโลยี มี Intellectual Property (IP) เป็นของตัวเอง ซึ่งสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าที่เป็นส่วนสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร การเลี้ยงสัตว์ รถยนต์ ระบบเข้าออกอาคารสถานที่ และ โรงงานการผลิต อีกทั้งบริษัทยังมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่รองรับโลกอนาคต เช่น สุขภาพ ความปลอดภัย การเชื่อมต่อข้อมูล เป็น ต้น อีกทั้ง บริษัทมีประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจาก ลูกค้าระดับโลกมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ บริษัทมีการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (Engineering Support Excellence) บริษัทให้บริการรวมถึงช่วย แก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้าครอบคลุมทุกขั้นตอน ทั้งปัญหาทางด้านเทคนิค และปัญหาทั่วไป เพื่อตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าอย่างดีที่สุด และรวดเร็วที่สุด

สาเหตุที่บริษัทมีการสะสมสินค้าคงคลังในระดับสูงนั้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายทางเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ซึ่งคาด ว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ากลุ่ม Animal ID ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าตามที่มี สัญญาไว้ในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม ปริมาณสินค้าคงคลังได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 4/2566 และค่อยๆ ลดลงตามปริมาณที่จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งจะเห็นได้จากปริมาณ สินค้าคงคลังในไตรมาส1/2567 ที่เริ่มลดลงมาที่ 641 ล้านบาท จากสิ้นปี 2566 ที่ 704 ล้านบาท

รายได้กลุ่ม immobilizer ในไตรมาส 1/2567 มีจำนวน 25 ล้านบาท แม้จะลดลง 57% YoY แต่มีการเติบโตสูงถึง 118% จากไตรมาสที่4/2566เนื่องจากปีที่ผ่านมาลูกค้าของบริษัทมีปริมาณสินค้าคงคลังสูง ทั้งนี้ เห็นสัญญาณที่เริ่มลดลงในช่วง ปลายปีที่ผ่านมาจึงทำให้ในไตรมาส 1/2567 มีคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปีของรายได้ กลุ่มนี้ยังมีมุมมองการเติบโตทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน

คาดว่าภายใน 3-4 ปี ทั้งนี้บริษัทมีความมุ่งมั่นในการทำวิจัยและพัฒนาเพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสร้างการเติบโต ต่อเนื่องในระยะยาว

1. การเติบโตของรายได้

โดยบริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมในปี 2567 อยู่ที่ 10-15% โดยส่วนใหญ่ยังคงมาจากกลุ่ม Animal ID และกลุ่ม Industrial IoT

2. Gross Profit Margin

บริษัทมีเป้าหมายในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้แข่งขันได้ โดยอยู่ที่ระดับประมาณ mid-40s ทั้งนี้ การเร่งออก ผลิตภัณฑ์ใหม่จะช่วยดึงระดับ Gross profit margin ให้ดีขึ้น

3. การลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D)

บริษัทตั้งเป้าหมายการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่ประมาณ 20-25% ของรายได้รวมที่คาดหวัง เพื่อ รองรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในอนาคตโดยเป็นไปตามแผนการเติบโตในระยะยาวของบริษัท

ผลิตภัณฑ์ Wafer cassette tracking chip (SIC73F1) มีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงแรกของการออก ผลิตภัณฑ์ แต่คาดว่าจะเติบโตค่อนข้างดีใน 2-3 ปีข้างหน้า ประกอบกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของโรงงานผลิตเวเฟอร์จาก กฎหมายสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จากประเทศต่างๆ (CHIPS Act) จะเป็นปัจจัยรองรับการเติบโตในระยะ ถัดไป รวมถึงความต้องการของตลาดในส่วนของการพัฒนาคุณลักษณะใหม่ๆของผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นส่วนผลักดันการ เติบโตของผลิตภัณฑ์นี้

โดยรวมนั้น มีผลกระทบในเชิงของ product mix ซึ่งหากสัดส่วนของกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์เพิ่มขึ้นมากก็จะกดดัน GPM โดยรวมให้ลดต่ำลงได้ อย่างไรก็ตาม หากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี Margin ที่สูงสามารถออกได้ตามแผน ก็จะช่วยปรับลด ผลกระทบของ Gross Profit Marginจากสัดส่วนของกลุ่ม Animal ID ที่สูงได้

ปัจจุบันประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมากในกระบวนการผลิตในโรงงาน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Industrial4.0 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)ซึ่ง ทางบริษัทได้มีโอกาสทำความร่วมมือกับบริษัทที่เป็น system solution provider ต่างๆในประเทศเพื่อนำผลิตภัณฑ์ ไมโครชิพของบริษัทไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Smart Factory Smart Home และ Smart Society ในอนาคต